Amnesia Deja Vu,
or Deja Va Amnesia,
Don’t remember to remember to,
But I do remember repeating,
...
Some people don’t like deja-vu
I’m not sure why,
Standing in that old brick building
I almost feel as if I am ten again.
...
![]() | ![]() |
---|---|
![]() Describe your image. | ![]() |
![]() Describe your image. | ![]() Describe your image. |
![]() Describe your image. | ![]() Describe your image. |
![]() | ![]() |
I saw it once,
I have no doubt;
but now can’t place
its whereabouts,
I try to think it,
time and time;
But what it is,
Won’t come to mind.
A word, a scent-
a feeling, past.
But it won’t show,
though much I’ve asked.
And when it comes,
I soon forget-
this is how it felt,
when we first met.
![]() | ![]() |
---|---|
![]() deja-vu | ![]() |
![]() | ![]() |
![]() Describe your image. | ![]() Describe your image. |
![]() Describe your image. | ![]() Describe your image. |
เดจาวู คือ ปรากฏการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่นั้นมันเคยเกิดขึ้นไปแล้ว หรือว่าอาจจะเป็นสถานที่เราเคยเห็นมันมาแล้วหรืออาจคุ้นเคยกับมัน เดจาวูแปลว่า เคยได้พบเห็นแล้ว เป็นภาษาฝรั่งเศส
ข้อสันนิฐานของการเกิดปรากฏการณ์เดจาวูนั้นจากการค้นคว้าสามารถแบ่งออกมาเป็น ประเภท วิทยาศาสตร์ และ ความเชื่อต่างๆได้ อาทิเช่น
- จากอดีตชาติ คือเป็นการรับรู้ที่เกิดขึ้นจากคลื่นสมองที่เราสามารถบังคับได้ 10 - 15 เปอร์เซ็นต์ อาจเป็นบางสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำ แล้วย้อนกลับมาอีก ทำให้เรารู้สึกว่าเคยเห็นมาก่อน
- จากพลังจิต ข้อนี้จะเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาพุทธ คือเมื่อเราปฏิบัติหรือเจริญสติได้ถึงจุดหนึ่ง สมองของเราและจิตจะสามารถเชื่อมต่อกันเป็นญาณหยั่งรู้ได้
- จากโลกคู่ขนาน เป็นทฤษฎีที่นักฟิสิกส์สร้างขึ้นมา เขาคิดว่าโลกของเรานั้น อาจมีโลกอีกโลกนึงที่เราเรียกมันว่าโลกคู่ขนานอยู่ก็ได้
- เกิดจากการคิดไปเอง เพราะสมองแปลข้อมูลผิดพลาด กล่าวคือไม่เคยเห็นเหตุการณ์มาก่อน แต่คิดไปเองว่าเคยเห็น ทางการแพทย์เรียกว่าการไหลของคลื่นกระแสไฟฟ้าในสมองผิดปกติ ทำให้การกระทำที่ทำอยู่ ณ ตอนนั้นคล้ายๆ ว่าเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ไม่สามารถจำเวลาได้ บางคนอธิบายว่าเกิดจากการที่สมองรับภาพมาจากประสาทตา แล้วการส่งภาพไปยังสมองทั้งสองซีกล่าช้า ทำให้สมองแปลความหมายของภาพนั้นแปลกไปจนเกิดความรู้สึกว่าเคยเห็นภาพนั้นมาก่อน
ได้ค้นคว้าไปเจอความเชื่อของคนอินคา
คนอินคานั้นมีความเชื่อว่าคนที่ตายไปแล้ว วิญญาณยังไม่ไปไหน แต่ยังคงอยู่ใกล้ๆร่าง เขาเลยพยายามรักษาศพเอาไว้เช่นการทำศพเป็นมัมมี่ถ้าเป็นคนที่มีความสำคัญอย่างกษัตริย์ เขามีความเชื่อว่าบุญกุศลของบรรพบุรุษของพวกเขามีส่วนช่วยให้การเกษตรของพวกเขาเจริญขึ้นได้ และเขายังมีความเชื่อเกี่ยวกับพระอาทิตย์ เขานับถือพระอาทิตย์เป็นเทพของเขา และเชื่อว่ามัมมี่ที่เขาให้ความเคารพนั้นเป็นสื่อกลางการติดต่อเทพได้
และมีความเชื่อเรื่องเล่าของคนจีนโบราณว่าเทพMeng Po หรือ “Lady of forgetfulness” เทพที่เขามีความเชื่อว่าพอคนเราตายไปแล้วก็จะได้ดื่มน้ำจากเทพองค์นี้เพื่อลบความจำของชาติก่อนที่จะกลับมาเกิดใหม่
อีกหนึ่งความเชื่อของคนทิเบตที่Dalai lamaของเขามีความเชื่อว่าเป็นองค์อวตารของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ทุกครั้งที่มีการเลือกมาเป็นก็จะมีพิธีนึงที่เขาจะให้เลือกของจากDalai lamaองค์ก่อนได้ มีหลายขั้นตอนเลย ก่อนที่จะมาเป็น
พระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธก็มีคำพูดที่ว่า “Remembered all of his past lives when he fully ‘Awakened’. ”
Arthur Funkhauser เป็นนักจิตวิทยาได้บอกถึงเรื่องเดจาวูว่าเขาสามารถศึกษาได้จากการจดประสบการณ์ในอดีต เขาแบ่งแยกเดจาวูออกมาเป็น
Deja visite คือการรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่นึงที่ไม่ได้เคยไปมาก่อน
Deja vecu คือเป็นเหตุการณ์ที่เคยมีประสบการณ์มาแล้วจริงๆ มีความใกล้เคียงกับเดจาวูมากที่สุด
Deja senti คือเป็นประสบการณ์เกี่ยวกับอารมณ์ของคนจะรู้สึกว่าเราเคยรู้สึกแบบนี้มาแล้ว กรณีนี้ไม่สามารถอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์
Created by Yanini Pongpakatien
March 2017