top of page

REVIEW FROM WORKSHOPS

Energy Diary 02 : Sound healing and vocal toning

September 12, 2019

ฉันเข้าไปโดยที่รู้แค่ว่าชื่องานดูน่าสนใจดีมาก แล้วก็อยากลองมามีประสบการณ์ดู อย่างแรกเลยเขาพาเราให้กลับมาอยู่กับลมหายใจ จากความรู้สึกตอนแรกรู้สึกว่าจังหวะการที่เขาให้เปลี่ยนการหายใจเข้า-ออก ดูค่อนข้างไวกว่าที่คิดไว้ แต่พอกลับมาคิดดู มันทำให้เราเกิดความรู้สึกที่ชัดขึ้นกับจังหวะหัวใจที่เต้นอยู่ในตัว เขาได้นำcrystal bowlมาใช้เพื่อนำให้เราใช้เสียงของตัวเองคู่ไปกับcrystal bowlช่วยนำเสียง พอกลับมาสังเกตตัวเองตอนนั้นเลยเห็นชัดมากขึ้น จากที่รู้สึกว่าหัวใจเต้นไวขึ้นกว่าปกติจากที่ให้ทุกคนหายใจเข้า-ออกพร้อมกัน ตอนนี้กลับเริ่มนิ่งขึ้นจากการที่ได้เปล่งเสียง ข้างในเรารู้สึกสงบมากขึ้น นิ่งขึ้น ทั้งภายในและภายนอก

Sonic Energy

Free Improvisation

เวิร์คช็อป Keep Calm in The night City

โดย อ.เมธี จันทรา และ อ.กาญจนาพร มีใหญ่ เพอร์กินส์

September 27, 2019

เวิร์คชอปนี้เป็นโอกาสที่ได้เข้าไปมีประสบการณ์การสร้างสรรค์เสียงร่วมกันกับบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่นักดนตรี ก็ทำให้ได้เห็นความคิดตัวเองผ่านกิจกรรมสร้างเสียงร่วมกันกับคนอื่นด้วย ตอนที่เดินเข้าไปในห้องนั้นความรู้สึกแรกของฉันที่หลังจากเปิดประตูเข้าไปคือ

”โหว คนมากันเยอะจังเลย”

มันทำให้ฉันมาตระหนักได้ว่าคนในปัจจุบันนี้ เราก็พยายามที่จะหาทางออกอะไรบางอย่างให้ตัวเองอยู่เหมือนกันนะ ตอนนั้นทุกคนกำลังนั่งอยู่ด้วยกันเป็นวงกลมใหญ่ด้วยความสงบ พอฉันเข้าไปนั่งร่วมกับคนอื่นในวงนั้น เขาก็บอกว่าเมื่อเราพร้อมให้ช่วยแนะนำตัว และบอกเล่าอารมณ์ตอนนี้ด้วยเสียง ตอนนั้นฉันนั่งอยู่ซักพักเลยกว่าจะแนะนำตัว ตอนนั้นฉันร้องฮัมเสียงออกมาเสียงเดียว เพราะด้วยความที่สภาพแวดล้อมตอนนั้นมันค่อนข้างตึงๆด้วยความที่คนอื่นก็ลังเลเพราะความเงียบนั้น หลังจากนั้นเขาให้เราจับกลุ่มสามคนให้เลือกอยู่กับคนที่เราไม่ได้รู้จัก แล้วเขาจะให้เราลองเล่นด้วยกันโดยที่กลุ่มอื่นก็นั่งหลับตาฟัง เวลาที่กลุ่มตัวเองพร้อมจะเล่นต่อจากอีกกลุ่มก็คือยกมืให้สัญญาณแล้วก็เริ่มเล่น พอทุกกลุ่มเล่นเสร็จเขามีเวลาให้เราได้คุยกับคนในกลุ่มของเราถึงความรู้สึกว่าตอนกลุ่มเราเล่นรู้สึกอะไร, ตอนกลุ่มเราเล่นคิดว่าเพื่อนให้กลุ่มรู้สึกยังไง, ตอนฟังกลุ่มคนอื่นรู้สึกอะไร พอคุยกันเสร็จ ก็กลับมานั่งเป็นกลุ่มใหญ่ ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนเล่าให้ในวงใหญ่ฟังว่าเมื่อกี้เราคุยกันว่ายังไง

ถัดไปหลังจากนั้นผู้จัดได้ให้โจทย์เราทุกคนลองเล่นเป็นกลุ่มใหญ่ ทุกคนดูพยายามที่จะเล่นพยายามส่งเสียงกันมาก ผู้จัดเลยอยากให้เราลองอีกทีนึงโดยที่ไม่จำเป็นต้องเล่นตลอด มีspaceได้ สิ่งสำคัญคือการฟังรอบๆข้างคนอื่นๆด้วย แล้วก็ลองสร้างไดนามิคให้มันมีไดเรคชั่นของมัน ครั้งนี้มันดีขึ้นและมีทิศทางมากขึ้น ฟังกันมากขึ้นแล้วมันส่งผลกับจิตใจร่างกายเราตอนขณะเล่นได้อย่างเห็นได้ชัด

พอเราเล่นกันจบรอบนั้นเขาให้เราลองช่วยบอกเล่าให้กันฟังว่าตอนนี้รู้สึกยังไง คนส่วนใหญ่ก็บอกอย่างตรงกันว่าเค้ารู้สึกถึงชีพจรรู้สึกถึงหัวใจตัวเองที่มันยังคงเต้นแรงอยู่หลังจากที่เราเพิ่งเล่นดนตรีกันเสร็จไป และรู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนนึงของเสียงที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นเขาให้เราลองจับมือกันเป็นวงกลมแล้วกระโดด ให้รู้สึกถึงความมั่นคงและความพร้อมเพียงของเราทุกคน สร้างความมั่นคงที่เกิดขึ้นตรงนั้น สิ่งที่ออกมาคือมันเกินความคิดเรามาก คือเสียงที่มันมาจากเราทั้งหมดคือดังมากจนกลัวตึกจะพังเลยทีเดียว หลังจากกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมสุดท้ายที่ให้เราเล่นหรือใช้เสียงในการช่วยเยียวยาเพื่อนๆคนอื่น โดยคนอื่นๆจะนอนลงหลับตาแล้วฟังคนเสียงที่จะช่วยเยียวยาเขา โดยเล่นดนตรีไล่กันไปทีละคน คนที่เล่นก่อนหน้า พอเล่นเสร็จก็สะกิดคนถัดไป เป็นการให้พลังบวกแก่คนอื่นๆ ให้กำลังใจพลังดีๆผ่านเสียงดนตรีของเรา

"ที่ผ่านมา มีโอกาสได้เข้าไปมีประสบการณ์กับกิจกรรมที่เป็นเกี่ยวกับการดูแลและสังเกตการเปลี่ยนแปลงภายในของเรา ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ

การเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆนี้ ช่วยให้เราเกิดความเข้าใจในกระบวนการการรับรู้ของตนเองได้มากขึ้น"

131535386_168403248317380_83159821073579
73168746_697180514020943_351553157760811
Picture1.png
Picture2.png
Picture3.png
131370223_486504862315256_35731704173889
131545791_691248491535824_71593515978073
131545287_140851444289636_73713607406074
132004127_390112082260476_57706389130774
131453270_248796033248405_56286146755063
131390306_228575298630297_40913107999058
83774348_2666329466737222_76578587209105
83853851_2668298396540329_16430692455101
131449232_183837033474000_12014488470862
83990858_2672822116087957_47609569754396

Sacred Mountain 2020

February 1-4, 2020

เป็นFestivalที่พาคนที่สนใจในการกลับมาดูแลมิติด้านในของตัวเอง ที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกเข้าหลากหลายมาก จากหมอแผนจีน ศาสตร์Homeopathyการรักษาแนวธรรมชาติ นักจัดดอกไม้ ดนตรี คนที่พาเดินป่าเพื่อพาเราไปconnectกับธรรมชาติ และกลับมาเข้าใจความเป็นหนึ่งเดียว และการที่เราจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน ได้เรียนรู้ว่าในร่างกายเรามันมีธาตุต่างๆอยู่ หากขาดธาตุบางอย่างไปก็อาจทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเราเปลี่ยนไปหรืออาจไม่มั่นคงได้

 

ได้เข้าไปเรียนรู้ และพูดคุยกับเด็กน้อยที่อยู่ในตัวเรา (inner child) อีกครั้ง การกลับมารับฟังตัวเอง เด็กน้อยที่เราไม่เคยกลับไปคุยกับเขา ปล่อยเขาไว้คนเดียวมานานมากแล้ว เปรียบได้กับการที่เราลืมที่จะกับเข้าไปฟังเสียงตัวเองจริงๆข้างใน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราหลายคน เมื่อโตขึ้นก็ลืมเด็กน้อยคนนั้นไป ได้รู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆที่ฝังใจเด็กน้อยหรือเราตอนเด็กนั้นก็สามารถเป็นตัวแปรที่ทำให้เราเป็นเราในตอนนี้หรือบางครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นปมในการใช้ชีวิตก็อาจจะได้ ซึ่งถ้าเราสามารถกลับเข้าไปคุยกับเด็กคนนั้น คอยเยียวยา รับฟังเขา เข้าใจเขา ก็อาจจะช่วยให้ปมนั้นคลายออกได้ และเข้าใจถึงความเป็นไปของตัวเองที่เป็นอยู่ได้ ซึ่ง Carl Jungได้เป็นคนทำการศึกษาและทดลองเรื่องนี้กับตัวเอง ตอนที่ได้ลองทำกิจกรรมนี้กับตัวเอง เขาก็จะมีคำถามที่ให้เรากลับเข้ามาถามเด็กน้อยภายในตัวเอง วาดรูปที่เราเห็นข้างในใจตอนนั้นออกมา แล้วมาลอง

ได้ไปลองมีประสบการณ์กับการเคลื่อนไหวร่างกายที่เรียกว่า Contact Improvisation เท่าที่รับรู้จากการเข้าร่วม มันคือการสื่อสารกับคนที่คู่เราด้วยร่างกายที่จะต้องเชื่อมต่อกัน และต้องใช้ความไว้วางใจในการเคลื่อนไหวไปด้วยกัน การถ่ายโอนน้ำหนักของเรา หรือการตัดสัมผัสทางการมองออกเหลือไว้เพียงความไว้วางใจคู่ของเราในการนำทางเราไปในแต่ละที่ หรือแม้แต่การปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปอย่างอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สำหรับตัวเองตอนนั้นความเขินอายอันมากมายของตัวเองนั้นค่อยๆลดลงไปเหมือนกัน เพราะว่าเราเห็นพื้นที่ตรงนั้นเป็นที่ปลดปล่อยเป็นที่ที่แต่ละคนอยากมาเคลื่อนไหวในแบบที่ไม่เคยมีโอกาสทำมาก่อน ฉันเองเป็นคนที่เขินมาก แต่ก็อยากเต็มที่ให้มากที่สุดเท่าที่ไหว ก็ออกจากกรอบของตัวเองได้อยู่ช่วงหนึ่ง ได้เห็นตัวเองได้กลับมาเป็นเหมือนเด็กอยู่ช่วงนึง อย่างกับเป็นช่วงเวลาที่ได้วิ่งเล่นในสนามเด็กเล่น 

จากกิจกรรมจัดดอกไม้แบบ Ikebana ทำให้เราได้กลับมาฝึกสังเกต ฝึกเข้าใจธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตเช่นดอกไม้ จะทำยังไงให้ความงามของสิ่งนี้ได้ถูกจัดวางได้อย่างสวยงามต่อไป การเลือกภาชนะ ดอกไม้ มุมองศาได้การจัดวาง ทุกช่วงเวลาเป็นช่วงเวลาแห่งการรับฟังทั้งภายในตัวเราเอง และสิ่งตรงหน้าเรา สิ่งที่ดึงดูดเรา ไม่ใช่จากความชอบ แต่เป็นความดึงดูด

หรือแม้แต่การสร้างเสียงร่วมกัน ทำให้ดนตรีที่สร้างร่วมกันนี้เกิดเป็นพลังอันเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ช่วงเวลานั้นรู้สึกดีมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสียงนั้น แม้จะเป็นการสร้างเสียงที่ไม่ดังเลย แต่พลังที่ได้รับนั้นเต็มเปี่ยม ด้วยความเชื่อความตั้งใจในการมาอยู่ที่นี่ด้วยกันทุกคน

เป็นFestivalที่เป็นความผ่อนคลายและได้เรียนรู้ศาสตร์อะไรที่เราไม่เคยรู้จัก วิธีการในการดูแลตัวเอง และหลากหลายทางในการสังเกตตัวเอง ความรู้สึก ความเป็นไปเป็นมาของตัวเราเอง

การกลับมาเจอตัวเองที่แท้ เข้าใจสมดุลของตน และมองเห็นความเชื่อมโยงของตัวเองและสิ่งรอบตัวในรูปแบบต่างๆ

Movements workshop

Emotion and Awareness, a workshop by Teerawat 'Ka-ge' Mulvilai

August  1-2, 2020

เป็นสองวันที่เต็มที่กับการเรียนรู้เรื่องการรับรู้และเรื่องของการเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น สิ่งที่ได้เรียนรู้และน่าสนใจมากๆสำหรับตัวฉัน เพราะเขาเน้นมากกับการที่ให้เราฝึกใช้การเลื่อนไหวในการถ่ายทอดอารมณ์หรือเหตุการณ์ โดยที่ไม่ได้ใช้ inner หรือความรู้สึกจากประสบการณ์จริงๆมาใช้ แต่ให้ใช้ Gesture ทางร่างกายมาถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆแทน โดยที่มานั่งแยกกันเลยว่าquality of movement คือยังไงบ้าง line แบ่งเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง, weight เเบ่งเป็น บาง กลาง หนัก, Direction แยกได้เป็นแบบแน่นอนและไม่แน่นอน, เรื่องของspeed ช้า กลางและเร็ว เป็นต้น แล้วก็สามารถนำมาแยกต่อไปได้อีก หากจะสร้าง Gesture ที่เป็นตรง เร็ว หนัก สามารถใช้ร่างกายถ่ายทอดด้วยความมั่นใจ เช่น ชก ถ่ายทอดออกมาตรงๆชัดเจนและแข็งแรง อันถัดไปความโค้ง ช้า เบา สามารถถ่ายทอดออกมาได้เช่นเป็น wave หรือนึกภาพเหมือนตัวเองเป็นสาหร่ายที่ลอยอยู่ใต้ทะเล, ความไม่แน่นอน ใช้ gestureของการสะบัดได้ เป็นต้น 

สิ่งที่รู้สึกว่าตัวเองได้เข้าใจและเป็นการเรียนรู้ใหม่จากกิจกรรมครั้งนี้เลย คือการที่เราแยกเรื่องของอารมณ์จริงๆของตัวเองออกจากการถ่ายทอดเนื้อหาที่เราอยากจะนำเสนอไป และใช้ความรู้ความเข้าใจและความสามารถทางการเคลื่อนไหวของตัวเราในการนำเสนอ เพราะมันถ่ายทอดมาจากการได้เรียนรู้และได้กลั่นกรองถึงการใช้ร่างกายในการสื่อสิ่งที่อยากจะเล่าออกไป มันต่างจากประสบการณ์และความเข้าใจก่อนหน้านี้ของตัวเองมาตลอดเลย ดนตรีเป็นอะไรที่มันต้องใช้innerและความเข้าใจถึงอารมณ์แล้วสร้างเสียงขึ้นมาให้มันตรงกับสิ่งที่อยู่ข้างในเราแล้วค่อยถ่ายทอดอารมณ์นั้นออกไป แต่สิ่งที่ได้มาเรียนนั้นเราต้องวิเคราะห์ออกมาก่อนว่าแต่ละอารมณ์เราจะสามารถสร้างหรือใช้ท่าทางอะไรยังไงได้บ้าง โดยที่ไม่ได้ใช้อารมณ์จริงๆเพื่อมาเค้นให้เกิดการเคลื่อนไหวเพื่ออารมณ์นั้นที่อยากจะสื่อ

ตอนที่เรียนรู้ตอนนั้นก็พยายามสังเกตร่างกายตัวเอง และทำความเข้าใจตัวเองในแต่ละช่วงเวลาในการเรียนรู้นั้น ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า ใจเกิดความท้อแท้เพราะใช้ร่างกายเยอะมาก วันที่สองนี่แทบยากจะโดดไม่มาเข้า เพราะปวดไปหมดเลยพอตื่นเช้ามา ได้เข้าใจแต่ตระหนักถึงตัวเองว่าความจะต้องหาเวลาให้ตัวเองฝึกเรื่องของความยืดหยุ่นให้บ่อยขึ้น เพื่ออนาคตอายุเยอะขึ้นจะได้ไม่ลำบากตัวเองก่อนวัย

116798672_10158765119466085_294412654300
115765998_10158762266786085_571563196641
116906195_10158765119566085_105373339072

นำทางสู่ "โลกแห่งเสียงและดนตรี" เผยศักยภาพที่ลึกซึ้งในศาสตร์ของดนตรีที่ทำงานกับร่างกายและจิตใจของเรา

โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์ อ.บรูซ แกสตัน และ อ.เมธี จันทรา

November 23-24, 2020

ครั้งนี้เข้าไปเพื่ออยากจะเข้าไปฟังผู้รู้ที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ อาจารย์ประมวลกำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร อาจารย์ตั้งใจว่าจะเขียนเล่มนี้เป็นเล่มสุดท้าย และคิดว่าถ้าหากได้นำศาสตร์ทางศิลป์มาใช้เพื่อช่วยสื่อสารเนื้อหาคำสอนนี้ก็คงดี ครั้งนี้เลยเป็นการรวมคนที่เล่นดนตรี นักดนตรีที่สนใจเรื่องนี้มารวมกัน สองวันที่ได้เข้านี้ฉันสามารถอยู่ได้เพียงครึ่งวันเช้า แต่ส่วนใหญ่การปฏิบัติจะอยู่ในช่วงบ่าย เลยพลาดอะไรไปน่าจะเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับอาจารย์ประมวลและได้ฟังอาจารย์บรูสบรรยายให้ฟัง

อาจารย์บรูสพูดถึงดนตรี เรื่องของvibration การรับ-ส่งสารผ่านคลื่นเสียง ความสามารถทางการได้ยินของมนุษย์เรา ความสัมพันธ์ของคลื่นเสียงและร่างกายเรา มีงานวิจัยบอกไว้แยกไว้ให้เลยว่าคลื่นเสียงระดับที่เท่าไหร่ๆสามารถนำมาใช้เยียวยารักษาความเจ็บป่วยต่างๆของคนเราได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่นอกเหนือจากคลื่นเสียงแล้วอาจารย์บรูสบอกว่า "เจตนา" ของตัวเราเองที่ผสมอยู่ด้วยมีความสำคัญมาก  หากเรามีเจตนามันจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเราได้ การใช้คลื่นเสียง เสียงของตัวเราเองก็สามารถนำมาใช้ได้ 

อาจารย์ได้สอนเราหายใจ เพื่อให้ปราณของเราทำงาน ส่งพลังบวกเข้ามาในตัวเรา มาเยียวยารักษาตัวเราเองได้ 

นอกจากนั้นก็จะมีกิจกรรมที่เป็นออกแนวสร้างเสียงกันเป็นกลุ่มร่วมกัน โดยครูพลอยเคยเจอกันที่Sacred mountain ยังคงได้รับพลังดีๆบวกกับความกล้าในการเสียงอีกเหมือนเคย บวกกับการฟังขลุ่ยเซนของอาจารย์เมธีเป็นอะไรที่สงบ เสียงนำพาเรากลับมาสมดุลได้อีกครั้งหนึ่ง

สิ่งที่ได้จากการมาสองวันนี้เป็นเรื่องของการได้มาฟังมุมมองของอาจารย์และผู้ที่มาเข้าร่วมแล้วเราได้มีโอกาสพูดคุย ได้รู้การฝึกหายใจฝึกลมปราณของเราจากอาจารย์บรูส ได้เห็นปณิธานของอาจารย์ประมวลและความพยายาม ความตั้งใจที่จะลองและเรียนรู้ไปด้วยกันกับทุกๆคน 

IMG_1431.JPG
IMG_1441.JPG
bottom of page